แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรรหาสาระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรรหาสาระ แสดงบทความทั้งหมด

13 กันยายน 2555

เทียบคำศัพท์ที่ใช้เรียกในภาษาอินโดเนเซียมาเลเซีย

สลามครับพี่น้อง เค้าว่ากันว่าหากพูดเป็นภาษามาเลอินโดก็จะเข้าใจหากพูดภาษาอินโดก็ยังไม่แน่ว่ามาเลจะเข้าใจหรือเปล่า ? นักวิชาการหลายท่านได้กล่าวว่าภาษาอินโดมาเลนั้นมีความเหมือนกัน 90 % วันนี้ผมก็เลยลองไปขุดคุ้ยดูก็พบว่าศัพท์พื้นฐานบางคำนั้นก็ต่างกัน เพราะการพัฒนาของภาษาของทั้งสองประเทศนั้นพัฒนากันคนละแบบ ดังนั้นการเจริญเติบโตของภาษาก็มีผลเช่นกันเพราะภาษาของทั้งสองประเทศนี้เค้าใช้ปรัชญาคนละฉบับ เดี๋ยววันหลัง การเทียบคำศัพท์ที่ใช้เรียกในภาษาอินโดเนเซียมาเลเซียต้องใช้คำจริงที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันนำมาเปรียบเทียบ สำหรับผมแล้วผมมองว่าภาษาอินโดนั้นมีการสรรหาคำอย่างสละสลวย ส่วนภาษามาเลเซียนั้นยังไม่มีมาตรฐานพอ เพราะว่าการสรรหาคำที่ใช้นั้นยังคงไม่แน่นอน เพราะความหลากหลายของคำที่จะใช้นั้นมีหลายระดับเกินไป ภาษาอินโดนั้นได้ทำการคัดคำที่จะนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น อินโดเค้าจะเลือกใช้คำ A ในขณะที่ภาษามาเลเซียจะใช้ A, B, C ก็ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางเดียวกันได้  ในขณะที่ภาษาอินโดเนเซียนั้นเค้าใช้คำได้เหมาะเจาะ และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ดังนั้นภาษาของทั้งสองประเทศนี้จึงต่างกันนิดหน่อย แต่สื่อสารกันได้เข้าใจ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าคนอินโดเขาไม่ค่อยเข้าใจคำบางคำที่เป็นภาษามาเลเซีย ในขณะที่ผู้พูดภาษามาเลเซียนั้นเข้าใจคำบางคำของอินโด แต่ก็มีน้อยคำที่ผูัพูดภาษามาเลไม่เข้าใจ แต่ส่วนใหญ่แล้วเค้าก็เข้าใจ เพราะปัจจุบัน พจนานุกรมของ Dewan Bahasa dan Pustaka เค้าได้บรรจุคำของภาษาอินโดไว้ในนั้นด้วย แต่ในภาษาอินโดนั้นไม่ได้บรรจุคำของภาษามาเลเซีย

เทียบคำศัพท์ที่ใช้เรียกในภาษาอินโดเนเซียมาเลเซีย

------Bahasa Melayu----Bahasa Indonesia-----ภาษาไทย
1........Bandar...................Kota.....................เมือง
2........Tandas...........
.......Toilet....................ห้องน้ำ
3........Kedai.....................Warung................ร้านค้า
4........Selipar...................Sandal.................รองเท้าแตะ
5........Kolah.....................Bak mandi.............อ่างอาบน้ำ
6........Berus gigi...............Sikat gigi................แปรงสีฟัน
7........Tuala.....................Handuk.................ผ้าขนหนู
8........Sudu.....................Sendok..................ช้อน
9........Pinggan..................Piring....................จาน
10......Cawan...................Cangkir...................ถ้วย
11......Seluar....................Celana...................กางเกง
12......Bilik.......................Kamar....................ห้อง
----------------------------------------------
*เพื่อเป็นการเสริมความรู้เผื่อว่ามีใครมาถาม เกี่ยวกับความหมายความแตกต่างที่ใช้เรียก 


** ห้ามนำข้อความในเว็บนี้ไปเผยแพร่ที่ใดเป็นอันขาด เพราะเป็นแค่ความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น **
07:03No comments

HELLO INDONESIA : สวัสดี อินโดเนเซีย

สลามครับอินโดเนเซีย

บางทีก็รู้สึกแปลกๆว่าทำไมกลุ่มภาษาอินโด-มาเลนั้นเขาไม่มีการทักทายเหมือนบ้านเรา บ้านเราเขาจะใช้สัวสดี แทนทุกโอกาสทุกๆครั้งที่ได้เจอะเจอกัน เช่น ตอนเช้า กลางวัน เที่ยงก็สวัสดี ช่วงกลางคืนใกล้เวลานอนก็ราตรีสวัสดิ แต่การใช้คำทักทายในภาษาอินโดเนเซียมาเลเซียนั้น จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ช่วงเวลา ดังนี้

Selamat Pagi : ใช้กล่าวทักทาย สวัสดีตอนเช้า ก็เท่ากับ อรุณสวัสดิ
Selamat Siang : ใช้กล่าวทักทาย สวัสดีตอนเที่ยง
Selamat sore : ใช้กล่าวทักทาย สวัสดีตอนเย็น
Selamat Tidur : ใช้กล่าวทักทาย สวัสดีตอนกลางคืน  ก็เท่ากับ ราตรีสวัสดิ

หากใช้ Selamat เฉยๆเหมือนโรตีธรรมดาไม่ใส่ไข่ก็จะให้ความหมายว่า "ปลอดภัย/ สวัสดิภาพ" ใช้กล่าวทักทายในโอกาสลาจากกัน เช่น

Selamat  ya.
ขอให้ปลอดภัยน่ะ
-------------------------------------------------
Selamat jalan.
ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
- เกร็ดความรู้
* ส่วนในภาษามาเลเซีย เขาจะใช้ Selamat Petang ในขณะที่ภาษาอินโดเนเซียเค้าใช้ Selamat sore  อ่านว่า  ซือลามัต ซอ-เร
**หากใช้คำว่า Selamat หากเพื่อเป็นการทักทายต้องระบุด้วยว่า Pagi, Siang, Sore และ Tidur
05:21No comments

17 สิงหาคม 2555

ASEAN Economic Community : ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


   ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community)

 

       อาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี 2558 โดยมีเป้าหมายอาเซียนมีตลาดและฐานการผลิตเดียวกันและ มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานมีฝีมืออย่างเสรี อาเซียนได้จัดทำแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Blueprint) ซึ่งเป็นแผนงาน บูรณาการการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ 4 ด้าน คือ 1) การตลาดและฐานการผลิตเดียว โดยจะมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานฝีมืออย่างเสรี รวมทั้งการเคลื่อนย้าย เงินทุนอย่างเสรีมากขึ้น ตลอดจนการส่งเสริมการรวมกลุ่มสาขาสำคัญ ของอาเซียนให้เป็นรูปธรรม โดยได้กำหนดเป้าหมายเวลาที่จะค่อยๆ ลดหรือยกเลิกมาตรการที่มิใช่ภาษี สำหรับประเทศสมาชิกเก่า 6 ประเทศภายในปี 2553 เปิดตลาดภาคบริการและเปิดเสรีการลงทุน ภายในปี 2558 และเปิดเสรีการลงทุนภายในปี 2553 2) การสร้าง ขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของอาเซียนโดยให้ความ สำคัญกับประเด็นด้านนโยบายที่จะช่วยส่งเสริมการรวมกลุ่มทาง เศรษฐกิจ เช่น นโยบายการแข่งขัน การคุ้มครองผู้บริโภค สิทธิใน ทรัพย์สินทางปัญญา พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นโยบายภาษี และ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (การเงิน การขนส่ง เทคโนโลยีสารสนเทศ และพลังงาน) 3) การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค ให้มีการพัฒนา วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และการเสริมสร้างขีด ความสามารถผ่านโครงการต่างๆ เช่น ข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของ อาเซียน (Initiative for ASEAN Integration- IAI) เป็นต้น เพื่อ ลดช่องว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก และ 4) การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก เน้นการปรับประสานนโยบาย เศรษฐกิจของอาเซียนกับประเทศภายนอกภูมิภาค เพื่อให้อาเซียนมี ท่าทีร่วมกันอย่างชัดเจน เช่น การจัดทำเขตการค้าเสรีของอาเซียน กับประเทศคู่เจรจาต่างๆ เป็นต้น รวมทั้งส่งเสริมการสร้างเครือข่าย ในด้านการผลิต/จำหน่ายภายในภูมิภาคให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก
06:03No comments

03 เมษายน 2555

สัจธรรมใน FACEBOOK

หารู้ไม่ว่าเฟสบุกที่คุณเล่นอยู่ทุกวันนี้แท้จริงแล้วมันคือสิ่งลึกลับที่น่ากลัวมาก ในยามที่คุณต้องเหงาและโดดเดี่ยวอยู่ตัวคนเดี่ยว เราพบความจริงที่เป็น สัจธรรมใน FACEBOOK มีอยู่ 4 ข้อ ทั้ง 4 ข้อมันได้เกิดขึ้นกับคุณหรือเปล่า ? หากมันเกิดขึ้นจริงแล้วเราจะแก้อาถรรพ์นั้นได้อย่างไร?

ความจริงใน FACEBOOK ข้อที่ 1
เรามีเพื่อนๆมากมาย อยู่ใน FACEBOOK  แต่ทำไม เราถึงไม่เข้าไปทักเขา ทั้งที่เห็นหน้าเขาอยู่เป็น ประจำช่างน่าละอายใจยิ่งนัก ไหนบอกว่ารักเพื่อน คิดถึงวันเก่าๆไง ฮ่าๆๆ แค่เปิดเฟสแล้วก็เหมือนกับว่าเราได้ไถ่ถามข่าวคราวของเพื่อนเราแล้ว.หรือเรา จะรอให้มีธุระก่อน หรือเวลาที่เราได้ยินข่าวร้ายเกี่ยวกับเขา หรือ เวลาจะขอความช่วยเหลืออะไรสักอย่าง ประมาณนี้ แล้วเราค่อยไปติดต่อพวกเขา

ความจริงใน FACEBOOK ข้อที่ 2
จาก การสังเกต พบว่า ชาวเฟสบุกส์ ชอบนำเรื่องราวเก่าๆมาฉายใหม่ เช่น นำรูปภาพของครั้งอดีตกาล มานำเสนอใหม่ และเขาก็ได้เขียนอะไรบางอย่าง ลงไปในนั้นด้วย และแล้วเพี่ยงไม่กีนาที เขาก็ประสบกับความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ยังกับว่า โคลัมบัส ได้ค้นพบทวีปใหม่ของโลก เพราะว่ามีคนมาร่วมแจมด้วย ถ้าปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นตอนกลางคืน พวกเขาจะกลับไปนอนหลับฝันดี หากปรากฎการณ์ที่ว่านี้ เกิดขึ้นตอนกลางวัน พวกเขาจะยิ้มแย้มแจ่มใส...อารมณ์ดีตลอดทั้งวัน

ความจริงใน FACEBOOK ข้อที่ 3
มีนักวิชาการณ์ท่านหนึ่งกล่าวว่า ไอ้เจ้า FACEBOOK ที่ว่านี้มันเป็นเสมือนอาถรรพ์ บางอย่าง ที่มีอำนาจอยู่เหนือธรรมชาติ มันสามารถสั่งการให้คนๆหนึ่ง ต้องมาเปิด ต้องมาดู วันละหลายๆครั้ง เพื่อติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของคนในวงการ FACEBOOK ด้วยกันว่าวันนี้มีใครมา Comment เขาหรือเปล่า เพราะได้ยินเสียงบางอย่างมากระซิบข้างๆหู ว่า (เฮ้ย!!..เปิด FACEBOOK ซิ วันนี้มีคน Comment เธอด้วยแหละ... ) สุดท้ายเขาก็ต้องมาเปิด FACEBOOK จนได้.. เหตุการณ์ดั่งกล่าวนี้ จะเกิดขึ้นกับทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็น เด็กทารก เด็กวัยรุ่น วัยทำงาน หรือ วัยชราก็ไม่เว้น (หากว่าเขาสามารถใช้ FACEBOOK เป็น..)ลองถามตัวเองดูซิว่า วันนี้คุณได้ยินเสียงกระซิบที่ว่านี้หรือเปล่า?

ความจริงใน FACEBOOK ข้อที่ 4
บาง ทีการโชว์รูปตัวเองสู่สาธารณะถือว่าเป็นโรคจิตอย่างหนึ่ง (หรือเปล่าก็ไม่รู้) แต่ที่รู้ๆ ชาวเฟส มีความสุขที่ได้เล่าเรื่องผ่านรูปถ่ายของตัวเอง อยากให้คนโน้น คนนี้มา.Comment ยิ่งวันไหนที่มีคน.Commentเยอะๆ วันนั้นแหละที่ถูกหวย อะไรมันจะขายดิบขายดีอย่างนี้ ไม่ได้การแล้วเราต้อง..Comment ด้วยคนแล้ว ฮ่าๆๆ  :D ( เพื่อแสดงถึงการมีส่วนร่วมและบทบาทในสัมคม Facebook) วันไหนที่ไม่มีใครมา .Comment วั้นนั้นแหละที่เป็นวันที่เศร้าใจ หงอยเหงาสุดๆ ทำไมน๊า ทำไมน่า ร้านเราวันนี้ เงียบเหงาจัง (..ถ้าเทียบกับร้าน อาแปะ ขายของชำข้างๆบ้าน) ไม่ได้การแล้ว เราต้องไปหาข่าว ไปสืบข่าวใหม่ๆ Who What When Where Why How? อะไร ประมาณนี้ มาบอก มาแจ้ง มาวิพากษ์ วิจารณ์ ฮ่าๆ แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเปิดดูอีกครั้ง เป็นประจำวัน

คำเตือน
หาก คุณแอ๊ดผมแล้ว !!! ในแต่ละเดือนคุณต้องมาทักทายผมบ้างน่ะครับ ไม่ใช่ว่า... แอ๊ดทีเดียว หายตัวไปตลอดกาล !!! แบบว่า ปีหน้านี้คุณไม่อยากเจอผมแล้ว ... หากคุณไม่ได้ทำตามกฎเกณฑ์ของเรา เราจะทำให้คุณ ต้องเป็นอันหายสาบสูญ  เพราะว่า "คนที่รู้จักกัน ย่อมจะต้องถามไถ่ทุกข์สุกกัน อย่างน้อยวันละ 4 เวลา เช้า เที่ยง เย็น และก่อนนอน :D ฮ่าๆ..

07:21No comments